ภูทับเบิก ที่เที่ยวฤดูหนาว ยอดนิยม ชมทะเลหมอก

ใกล้ฤดูหนาว ผู้คนจำนวนมากอาจวางแพลุกลี้ลุกลนท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆกันเป็นระเบียบแล้ว แต่ว่าถ้าว่าผู้ใดกันที่ยังมิได้คิดแผน หรือเปล่าทราบจะไปไหนตรงไหนดี ขอชี้แนะ ภูทับเบิก สถานที่เที่ยวฤดูหนาว ยอดนิยม ที่จะต้องไปให้ได้สักหนึ่งครั้งในชีวิต รวมทั้งมีคำถามที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นว่า แล้วมันมีอะไรดี? เพราะอะไรถึงจำเป็นต้องไปดูให้เห็นมากับตาของตน รวมทั้งจะคุ้มกับขณะที่เสียไปหรือไม่

ความเป็นมา ภูทับเบิก

สำหรับ ภูทับเบิก นั้นเป็นชื่อของหมู่บ้านที่ชื่อ หมู่บ้านม้งทับเบิก โดยเป็นหมู่บ้านชาวดอยเผ่าม้ง เป็นเลิศเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลโดยประมาณ 1,768 เมตร บนภูเขาสูงของจังหวัดเพชรบูรณ์ ในตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า รวมทั้งห่างจากตัวอำเภอโดยประมาณ 40 กิโลเมตร และก็ห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ราวๆ 100 กิโลเมตร ชาวม้งตรงนี้มีอาชีพทำไร่เป็นหลัก ผักที่มีการปลูกเยอะที่สุด ก็คือกะหล่ำปลี ซึ่งมีการแบ่งสรรที่ดินสำหรับประกอบอาชีพสำหรับเพื่อการปลูกกะหล่ำปลีหลายพันไร่บนยอดดอยสูง ทำให้ในฤดูฝน มีกะหล่ำปลีผุดขึ้นละลานตาเต็มภูเขา โดยใน เฉพาะในตอน ก.ค. – ส.ค. แล้วก็ตอนเดือน เดือนตุลาคม-เดือนพฤศจิกายน ของทุกปี ส่วนในตอนหน้าหนาว ที่เที่ยวก็จะมีดอกนางพญาเสือโคร่งบานเต็ม ภูทับเบิก ให้ไปถ่ายภาพกัน

 

 

ที่มา sanook

เกาะเชือก สถานที่เที่ยว บนทะเลอันดามัน ปะทะอากาศบริสุทธิ์

เพลิดเพลินใจไปกับธรรมชาติใต้ทะเลแบบหนึ่งวันที่ เกาะเชือก ทั้งยังปะการังหลายสีสัน แล้วก็ปลาเล็ก ปลาใหญ่ ด้านในจุดท่องเที่ยวดำน้ำที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในจังหวัด “จังหวัดตรัง

วันนี้พวกเราจะพาทุกคนไปตามหาโลกใต้ทะเล ชมความสวยสดงดงามที่ทะเลจังหวัดตรัง กับการดำน้ำสุดพิศดาร เกาะเชือก เกาะเล็กๆบนทะเลอันดามัน ท่องเที่ยวชิลกับธรรมชาติแสนงาม ปะทะอากาศบริสุทธิ์ ไต่ตามเชือก ไปบอกรักทะเล กับจุดดำน้ำที่งามที่สุดในจังหวัดตรัง

เกาะเชือก

ทริปนี้ พวกเราไปกันไกลสักนิดสักหน่อย ขับขี่รถไปกันเอง ชิลๆการเดินทาง จากกรุงเทพมหานคร ใช้เวลาเดินทาง 11 ชั่วโมงนิดๆไปตามถนนหมายเลข 4 มุ่งหน้าเพื่อเข้าสู่จังหวัดตรัง บ้านเกิดเมืองนอนยางพารา หรือถ้าเกิดไม่ค่อยมีเวลาแต่ว่าต้องการท่องเที่ยวก็สามารถบินมาถึงจังหวัดตรังได้เลย ใช้เวลา 1 ชั่วโมงกว่าเอง

เริ่มกันที่ “หาดเจ้าไหม” เป็นชายทะเลสีขาวทอดยาว 5 กิโลพวกเรามาพัก ทานข้าวกันริมหาด บรรยากาศสงบร่มรื่นใต้ต้นสนใหญ่ ลมทะเลก็พัดเย็นสบาย เป็นจุดที่คนไม่ใช่น้อยแวะเล่นน้ำกัน เล่นน้ำกันให้สดชื่นกันเลยดีกว่า

แล้วพวกเราก็เดินทางกันต่อ ขึ้นเรือที่ท่าเรือปากเมงมากันที่ “เกาะไหง” ความสงบที่ได้พบ เหมาะกับสายสมุทรจริงๆด้วยน้ำใส หาดทรายขาวงาม แล้วก็ยังเป็นจุดดำน้ำที่งาม ทำให้ตรงนี้มีนั่งท่องเที่ยวมาพักกัน เดินเที่ยวกันเพลิดเพลินๆเลย

แล้วพวกเราก็ออกท่องเที่ยวกันต่อ มุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายสำคัญในทริปนี้ของพวกเรา “เกาะเชือก” เกาะภูเขาหินปูน ไม่มีชายหาด แม้กระนั้นเป็นจุดดำน้ำที่งามที่สุดในจังหวัดตรัง เกาะนี้มีกระแสน้ำแรง ก็เลยจำต้องใช้เชือกรอตอนประคองตัวเวลาดำน้ำ ก็เลยเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดชื่อเกาะเชือก

ไฮไลท์ของ “เกาะเชือก” เป็นการดำน้ำพร้อมจับเชือก ไต่ไปตามเชือก ดูความสวยสดงดงามใต้ทะเล นักประดาน้ำมือใหม่ก็ดูโลกใต้ทะเลได้เช่นกัน ดูความสวยได้ด้วยเพียงแต่ดำลงไปไม่กี่เมตรเพียงแค่นั้น พวกเราสามารถถ่ายภาพงามๆใต้น้ำเสมือนที่เคยได้เห็นกันได้เลย บันเทิงใจมากมายขอบอก

การดำน้ำในโลกใต้ทะเลของ เกาะเชือก ที่นี้ พวกเราได้เจออีกทั้งดอกไม้ทะเลสีสันแจ่มใส ปะการังเขากวาง ต้นปะการังอ่อนหลายสี อีกทั้ง สีขาว เหลือง ส้ม แดง และก็ยังได้มองเห็นปลาน่ารักๆมากที่ว่ายน้ำอยู่ใต้สมุทร เป็นความสวยงามของโลกใต้สมุทรที่เกินจะนำเสนอ น้ำใสมากมาย เป็นสวรรค์ของนักประดาน้ำเลยก็ว่าได้ บอกรักทะเลกันให้หมดใจเลยพวกเรา

 

ที่มา.. sanook

เกาะช้าง ที่เที่ยวตราด สถานที่น่าไปเยือนทางภาคตะวันออก

เกาะช้าง มีอะไรมากยิ่งกว่าที่คิด คาเฟ่งามๆที่ คนใดรับประทานมังสวิรัตจะต้องชอบ ส่วนผู้ใดไม่รับประทาน น็อตโตะขอพาไปทดลอง

แล้วไปล่องเรือพายสไตล์กอนโดล่า ดูป่าดูเขารวมทั้งธรรมชาติที่เงียบสงบ แถมด้วยซีฟู้ดใหม่ๆแบบสดกว่านี้ก็จำต้องลงไปกินในทะเลแล้วล่ะ จบด้วยบ้านพักสุดฟิน ทิวทัศน์งาม บรรยากาศดี แถมมีของฟรีให้ด้วย ทริปนี้น็อตโตะพาทุกคนดูบรรยากาศดีๆสถานที่งามๆผ่านรีวิวนี้เพื่อเก็บข้อมูลเอาไว้ รอคอยเจ้าโควิด-19 หมดเมื่อใด พวกเราค่อยออกไปเที่ยวกันเนอะ เป็นอันมากใจให้นะทุกคนจ้า

เริ่มทริปข้ามเกาะช้างมาเจอการคาเฟ่บรรยากาศดี “Fig Café” จะเรียกว่าเป็นคาเฟ่ที่มีรายการอาหารสำหรับสายวีแกนให้ทดลองลอง ทดลองทานกันด้วย คาเฟ่วีแกนที่ซ่อนตัวอยู่หลังภูเขาลูกใหญ่ของเกาะช้าง คนไหนกันมาถึงตรงนี้หันไปทางไหนก็พบความเขียวชะอุ่มของต้นไม้รวมทั้งเทือกเขา ตรงนี้ยังดีไซน์รวมทั้งตกแต่งให้ความรู้ความเข้าใจสึกที่อบอุ่นแล้วก็สงบอย่างยิ่งจริงๆด้วยบ้านไม้เก่าสไตล์โมเดิร์น มีรายการอาหารชี้แนะที่ต้องการให้มาทดลองหมายถึงแพนขนมเค้กกล้วยหอมคาราเมล น้ำผลไม้สกัดเย็น ไข่กระทะและก็ข้าวผัดวีแกน คนไหนกันแน่ที่ได้ทดลองทานจะทราบเลยว่า ไม่ได้แตกต่างจากของกินทั่วๆไปเลย เป็นทุกคนสามารถทานได้แบบง่ายๆหรือคนไหนกันที่ต้องการจะทานรายการอาหารอื่นๆที่ไม่ใช่วีแกน ตรงนี้เขาก็มีอีกนานัปการรายการอาหารให้บริการแบบเดียวกันนะคะ เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่บนเกาะช้างที่ต้องการจะให้ทุกคนแวะมาเช็กอิน แวะมาทดลองกัน การันตีไม่ผิดหวังจ้ะ

ฝ่ากันต่อกับบรรยากาศงามๆบนเกาะช้าง ด้วยการไปล่องเรือในสไตล์กอนโดล่าที่ “บ้านสลักคอก” ซึ่งตรงนี้ชาวบ้านเรียกกันว่า “เรือมาด” เป็นชุมชนการท่องเที่ยวเชิงรักษาที่มีขนาดเล็กกระทัดรัดแล้วก็สวยชุมชนหนึ่งบนเกาะช้าง แต่ว่าสะดุดตาในเรื่องต้นแบบการนำเสนอด้านการท่องเที่ยวที่น่าดึงดูด และไม่เป็นภัยต่อสภาพแวดล้อมอีกด้วย

ระหว่างล่องเรือไปเรื่อยจะมองเห็นทิวทัศน์ป่าโกงกางขึ้นเต็มสองริมทาง เต็มไปด้วยธรรมชาติอันสมบูรณ์บริบูรณ์ของเกาะช้าง ตรงนี้ถูกปิดล้อมไปด้วยแนวป่าชายเลนผืนใหญ่ที่สุดบนเกาะช้าง กว่า 600 ไร่ พร้อมทั้งทิวทัศน์อาคารบ้านเรือนของประชาชนสลักคอก ที่มองเห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนภายในชุมชน การออกหาปลา วางแห เก็บหอย และก็การอยู่รวมกันของคนกับป่า ในบรรยากาศที่เรียบง่าย ในช่วงเวลาโดยประมาณ 40 นาที ยืนยันว่าวิวที่ได้มองเห็นทุกคนจำเป็นต้องร้องว้าวแน่ๆ

 

ที่มา.. sanook

มาท่องเที่ยวเกาะลิบง จังหวัดตรัง เที่ยวทะเลจังหวัดตรังในบรรยากาศสุดชิว

ทริปชิล ชิล นอนโฮมสเตย์ ดูธรรมชาติบน เกาะลิบง สถานที่เที่ยวโด่งดังของ จังหวัดตรัง ที่คนรักทะเลจะต้องมาสัมผัส ริมทะเลขาว ส่องพะยูน ผ่อนคลายไปกับความสงบ

ที่ เกาะลิบง จังหวัดตรัง พาท่องเที่ยวดับร้อน เดินเที่ยวตากลม ดูพะยูน ฟังเสียงคลื่น เล่นน้ำทะเลสีฟ้าใส สูดอากาศดีๆขอบชายทะเล สรวงสวรรค์ของคนรักทะเลที่ไม่สมควรพลาด

เช็ครถยนต์ เก็บกระเป๋าเสร็จ ก็เริ่มต้นออกเดินทางกันเลย พวกเราเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพมหานคร ไปจังหวัดตรัง ใช้เวลา 11 ชั่วโมงยาว แล้วพวกเราก็ขับขี่รถถัดมาที่ “ท่าเรือหาดยาว” อีกราวๆ 1 ชั่วโมง เพื่อขึ้นเรือไปสู่ “เกาะลิบง” หรือนั่งรถยนต์จากกรุงเทพมหานคร มาลงที่จังหวัดตรัง ต่อจากนั้นนั่งรถตู้มาที่ชายหาดยาวก็ได้เช่นเดียวกัน

จะต้องขอเล่าก่อนว่า เกาะลิบง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดตรัง อยู่ในเขตอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นแหล่งหญ้าทะเลที่ของกินของเหล่าพะยูนแหล่งใหญ่ที่สุดในไทย นอกเหนือจากนี้ยังเป็นที่ดูพะยูนและก็ดูนกทะเลโด่งดังของประเทศ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์ของหาดทรายสวยมากมาย ทำให้ตรงนี้เป็นราวกับดินแดนสรวงสวรรค์ สำหรับผู้ที่ตกหลุมรักการเที่ยวทะเลเลย

นั่งเรือไม่นานก็ถึง เกาะลิบง โดยพวกเราจะขึ้นเกาะกันที่ “ท่าเรือบ้านพร้าว” ตรงนี้มีบริการเช่ารถยนต์ให้ขับท่องเที่ยวบนเกาะด้วยนะ พวกเรามุ่งหน้าไปบ้านพักของพวกเราของพวกเราก่อน เพื่อเก็บกระเป๋า กินข้าว เพิ่มเติมพลังให้พร้อมท่องเที่ยว

พวกเราเปิดฉากการเที่ยวแรกที่ “สะพานหลีกภัย” สะพานปูนสีขาวทอดยาวไปไกลกลางทะเล ลมทะเลเย็นๆถ่ายภาพงามๆกับสมุทรแสนสวย

ปลายสะพานหลีกภัยมีจุดสำหรับเพื่อชมวิวยอดนิยม “หอดูพะยูน” เป็นหอสูงเห็นทะเลได้แบบ 360 องศา เป็นจุดซึ่งสามารถแลเห็นพะยูนที่มากินหญ้าทะเลได้เลย เพราะเหตุว่าน้ำใสมากมาย จะต้องอาศัยความทรหดอดทนสักนิด แม้กระนั้นโชคร้ายที่วันนี้พวกเรายังมองไม่เห็นพะยูนที่พวกเราเฝ้าตามหา

ครู่หนึ่งพวกเราก็ไปพักข้างหลังมองหาพะยูนจนถึงอ่อนล้ากันที่ “แหลมปันหยัง” เป็นริมหาดเล็กๆหาดทรายขาว สงบเงียบสุดๆน้ำใสสะอาด เหมาะสมแก่การเล่นน้ำ นอนพักผ่อนหย่อนใจ แถมมีเรือคายักให้พายเล่นด้วย

 

ที่มา.. sanook

วันนี้พวกเราจะพาไปเที่ยว ภูสอยดาว พิชิต 5 เนินวัดใจ แล้วไปกางเต็นท์นอนที่ลานสน

สายเดินป่ามารวมกันนี้ วันนี้พวกเราจะพาท่องเที่ยว ภูสอยดาว พิชิต 5 เนินวัดใจ แล้วไปกางเต็นท์นอนที่ลานสน ก่อนตื่นรุ่งเช้าไปสัมผัสทะเลหมอกงามๆบนความสูง 2,102 เมตร

ถ้าเกิดต้องการทราบว่าทริปนี้จะบันเทิงใจแค่ไหน ตามทีมงาน Paapaii.com มากันที่จังหวัด “จังหวัดอุตรดิตถ์” เลยนะครับทุกคน เนื่องจาก จุดมุ่งหมายของทริปนี้พวกเราจะใช้เวลา 2 วัน 1 คืน ตะลุยป่า ฝ่าป่าขึ้นไปสู่ “ภูสอยดาว” สถานที่เที่ยวยอดนิยมอีกหนึ่งที่ของเมืองไทย ที่พักว่าทั้งยังบันเทิงใจแล้วก็ธรรมชาติที่งาม ชอบใจนักเดินทางสายเดินป่าแน่ๆ

ว่าแล้วพวกเราก็มาเริ่มกันที่เรื่องเกี่ยวกับการเดินทาง พวกเราขับขี่รถยนต์ส่วนตัวจากจ.กรุงเทพฯ มาจังหวัดอุตรดิตถ์ มีระยะทางราวๆ 490 กิโล ใช้เวลาขับขี่รถราว 6 – 7 ชั่วโมง เพียงพอถึงจังหวัดอุตรดิตถ์แล้ว วิ่งบนถนนหนทางถนนหลวงจังหวัดเลขลำดับ 1047 (จังหวัดอุตรดิตถ์-น้ำปาด) ไปจนกระทั่งอำเภอน้ำเฉือน แล้วไปสู่ถนนหลวงจังหวัดเลข 1239 ตรงถัดไปอีกโดยประมาณ 47 กิโล จะเข้าสู่ถนนหลวงจังหวัดเลข 1268 แล้วก็เดินทางถัดไปอีก 18 กม. ใกล้จะถึงสำนักงาน “อุทยานแห่งชาติภูเขาสอยดาว”

ภายหลังจ่ายค่าเข้าสวน แล้วก็นำรถยนต์ไปหยุดเรียบร้อย ก็ได้เวลาไปปราบ “ภูสอยดาว” กันแล้วนะครับทุกคน โดยจากจุดกำเนิด พวกเราจำเป็นต้องเดินขึ้นไปโดยประมาณ 6.5 กม. ผ่าน 5 เนินทดสอบ อาทิเช่น เนินส่งพี่น้อง, เนินปราบเซียน, เนินป่าก่อ, เนินเสือโคร่ง

รวมทั้งเนินมรณะ ที่มีความยากง่ายตามความสูงของการเดินขึ้นไปบนไปเรื่อยนอกจากนั้นทุกคนจะได้สัมผัสธรรมชาติที่สมบูรณ์บริบูรณ์ ดอกไม้ป่าแสนงดงามนานาประเภทๆรวมทั้งถ้าเกิดคิดรวมตรงเวลาจะโดยประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง สุดแต่กำลังของแต่ละคน

ลืมบอกไป ! ถูกจุดเริ่มของการเดินขึ้น “ภูสอยดาว” จะเป็นที่ตั้งของ “น้ำตกภูสอยดาว” ด้วยนะ พวกเราก็ไม่พลาดที่จะแวะท่องเที่ยวเล่นสักนิดสักหน่อย เพื่อขอรับพลังธรรมชาติ แล้วก็สัมผัสน้ำเย็นๆก่อนไปปราบภูเขาสอยดาวกัน

 

ภายหลังจากเดินขึ้นมาครู่หนึ่ง ก็มาถึงกันแล้ว “เนินส่งพี่น้อง” ที่ความสูง 650 เมตร ตอนๆแรกการเดินยังไม่ตรากตรำมากมาย เป็นทางลาดบ้าง ชันบ้าง สลับกันไป แต่ว่าก็เล่นเอาอ่อนล้าเช่นเดียวกัน รวมทั้งนี่ยังเหลืออีก 4 เนิน ให้พวกเราปราบ บอกเลยคนใดกันจะมาฟิตร่างกายให้ดีๆไม่อย่างนั้นมีหอบแบบพวกเราแน่นอนถ้างั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวล่ำเวลา ฝ่ากันต่ออีก 4 เนินรวด จะยาก จะชัน จะเหน็ดเหนื่อย เพียงใดก็พร้อมสู้ เพราะเหตุว่า มีคนพูดว่าด้านบนนั้นมันสวยคุ้มกับความอ่อนเพลียแน่นอนฝ่า !

ทุกคนขอรับพวกเรามาถึงแล้ว “จุดกางเต็นท์ลานสน” ใช้เวลาไป 6 ชั่วโมงกว่า บอกเลยว่าอ่อนล้าอย่างมากๆแต่ว่าพอเพียงมองเห็นป้ายที่เขียนว่า “ผู้ชนะ” ก็มีรอยยิ้มมุมปากเล็กๆออกมาให้สดชื่น ว่าพวกเราทำสำเร็จแล้วจ้าาา เดินต่ออีกนิดก็ไปกางเต็นท์กันโลด

วันนี้พวกเราใช้เวลาในตอนเวลาเย็นภายหลังพักเอาแรงเป็นระเบียบเรียบร้อย ไปกับการยืนมอง “พระอาทิตย์ตก” ชิลๆบนลานสนที่ความสูง 1,633 เมตร ต้องการพูดว่า ทิวทัศน์งามมากมาย แลเห็นชายป่า แล้วก็ “ธรรมชาติ” กระทั่งฟินไปเลย อากาศด้านบนก็หนาวพอดี ลมพัดเย็นสบาย แถมสีฟ้างามสุดๆ

 

 

ที่มา.. sanook

วัดพระธาตุดอยเล็ง ที่อยู่สูงและก็ขึ้นชื่อว่างามที่สุดของ จังหวัดแพร่

ท่องเที่ยวชมสถานที่ควรค่าแก่การเคารพบูชาที่สำคัญแห่งดินแดนภาคเหนือกันที่ “จังหวัดแพร่” กับพระธาตุที่อยู่สูงรวมทั้งขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดของจังหวัด วัดพระธาตุดอยเล็ง พร้อมดูวิวทิวทัศน์ที่สวยสดงดงาม

One Day Trip ขับรถเล่นชิล ชิล ดูทิวทัศน์เมืองแพร่ บรรเทาไปกับธรรมชาติ ไหว้พระคลายจิตใจที่ วัดพระธาตุดอยเล็ง พร้อมดูพระอาทิตย์ลับเส้นขอบฟ้ากับพระธาตุที่อยู่เยอะที่สุดในจังหวัดแพร่

อากาศดีอย่างนี้ พวกเราต้องการชักชวนทุกคนท่องเที่ยววัด ไหว้พระ ดูทิวทัศน์ธรรมชาติ ถ่ายภาพสวยๆกันที่ วัดพระธาตุดอยเล็ง วัดศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาสูงใน จังหวัดแพร่ พร้อมฟินไปกับทิวทัศน์ทิวภาพเมืองแพร่จากมุมสูง ดูอาทิตย์ลับฟ้าที่โรแมนติกสุดๆ

เริ่มต้นออกเดินทาง จากจ.กรุงเทพฯ ใช้เวลาขับขี่รถ 7 ชั่วโมงนิดๆผ่านจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก แล้วก็จังหวัดอุตรดิตถ์ ก็ถึงจังหวัดแพร่แล้ว แต่ว่าพวกเราก่อนที่จะถึงแพร่ พวกเราขอแวะท่องเที่ยว แวะรับประทานเพลิดเพลินๆกันตลอดทาง

สักพักพวกเราก็มาถึงที่เที่ยวแรกของพวกเรา “วัดเขารูปช้าง” ที่เที่ยวของจังหวัดพิจิตร ทางผ่านไปสู่แพร่ พวกเรามาถ่ายภาพงามๆดูทิวทัศน์ทัศนียภาพของเมืองจังหวัดพิจิตร สักการะบูชามหาเจดีย์สีทอง ตั้งสะดุดตาอยู่บนหินที่ทับกันเหมือนรูปช้าง พร้อมถ่ายภาพกับรูปปั้นฝูงช้าง 5 เชือก สวยสดงดงามมากมาย อากาศเย็นสบาย เป็นการเริ่มทริปที่ดีจังๆ

แล้วพวกเราก็มาแวะรับประทานข้าวกันที่ “ตลาดสดเทศบาลศรีพนมมาศ” จังหวัดอุตรดิตถ์ตลาดนี้จะออกแนวย้อนยุคหน่อยๆไฮไลท์ของตรงนี้หมายถึงมีภาพวาดบนกำแพงหน้าตลาด ชิคๆแนวๆให้ถ่ายภาพกันจนกระทั่งจุใจไปเลย

พอเพียงถ่ายภาพเสร็จ พวกเราก็เริ่มเดินทางต่อ และไม่นานพวกเราก็มาถึง “จังหวัดแพร่” พวกเราขอแวะไปสถานที่เที่ยวมีชื่อของเมืองแพร่อย่าง “คุ้มเจ้าหลวง” ตึกเก่าสีขาว สถาปัตยกรรมจากยุครัชกาลที่ 5 ลวดลายปรุสลักสวย มีวัตถุโบราณให้ได้ดูเพลิดเพลินๆทุกๆอย่างข้างในตึกจะบอกถึงเรื่องราวจากอดีตกาลตั้งแต่ยุคที่ยังมีทาสอยู่เลย

 

ที่มา.. sanook

น้ำตกภูซาง เป็นน้ำตกที่มีน้ำอุ่นเพียงแค่ที่เดียวในประเทศไทย

เนื่องมาจากเดี๋ยวนี้ลักษณะอากาศทั่วๆไปในจังหวัดพะเยาร้อนอบอ้าวตลอดวัน นำมาซึ่งการทำให้นักเดินทางทั้งยังคนไทยแล้วก็คนประเทศอื่น ได้พาครอบครัวมาท่องเที่ยวดู รวมทั้งลงเล่น น้ำตกภูซาง ที่ไหลตกลงมาจากผาเป็นสายอย่างงดงาม และก็ที่สำคัญน้ำตกภูซางแห่งนี้ ไม่ได้รับผลพวงจากเหตุการณ์ภัยแล้ง ทำให้มีผู้คนหลั่งไหลมาท่องเที่ยวคลายร้อนกันเกือบจะทุกวี่ทุกวัน

สำหรับน้ำตกภูซาง หรือที่ชาวจังหวัดพะเยา เรียกว่า น้ำตกอุ่นภูซาง อยู่ใน อุทยานแห่งชาติภูซาง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา เป็นน้ำตกที่มีน้ำอุ่นเพียงแค่ที่เดียวในประเทศไทย มีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 35 – 36 องศาเซลเซียส บรรยากาศโดยธรรมดาร่มรื่นและก็งาม แล้วก็ในปีนี้น้ำตกภูเขาซางก็ไม่ได้แห้งมากสักเท่าไรนัก แต่ว่าจำนวนน้ำได้ลดน้อยลงน้อย ซึ่งมิได้ก่อให้เกิดผลเสียกับการท่องเที่ยว

โดยในขณะนี้มีบรรดานักท่องเที่ยวอีกทั้งคนประเทศไทยแล้วก็ต่างประเทศ ต่างพากันมาท่องเที่ยวดู แล้วก็ลงเล่นน้ำกันอย่างสนุกเพื่อคลายร้อนในช่วงต้นหน้าร้อนนี้กันไม่น้อยเลยทีเดียว…

 

ที่มา.. sanook

จังหวัดระยองปิดเกาะเสม็ดส่งผลธรรมชาติพักฟื้น ชายหาดสวยทั่วทั้งเกาะ

จากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ในทั่วทั้งโลก ก่อให้เกิดผลเสียทุกวงการ ไม่เว้นกระทั่งการท่องเที่ยวซบเซาไปตามๆกัน แม้กระนั้นในความโชคร้ายยังมีความโชคดีให้เห็นอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ลือชื่อมีชื่อเสียงของนักเดินทางอีกทั้งคนไทยและก็ฝรั่ง จากการสำรวจพบว่า ทุกชายหาดของเกาะเสม็ด เป็นต้นว่า อ่าวลูกโยน อ่าวพร้าว อ่าวไข่ รวมทั้งริมทะเลแก้ว ฯลฯ มีชายทะเลที่งดงาม แล้วก็น้ำทะเลใสมากมาย ซึ่งมีต้นเหตุจากการที่มีการประกาศปิดเกาะในตอนเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ทำให้ชายหาด น้ำทะเลดังกล่าวมาแล้วข้างต้นได้พักฟื้นเพื่อคืนความสวยสดงดงาม ความสมดุลตามธรรมชาติดังกล่าวมาแล้วข้างต้น เวลาที่ผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวบนเกาะเสม็ด ก็ได้ได้โอกาสปรับแต่ง ปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมบ้านพัก บังกะโล ไว้รองรับนักเดินทาง เมื่อเหตุการณ์กลับไปสู่สภาพการณ์ธรรมดา

อย่างไรก็แล้วแต่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ต้องการให้วิกฤตโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังที่กล่าวมาข้างต้น ได้ล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว เพื่อได้กลับมาเปิดกิจการโดยเร็วเช่นเดียวกัน เนื่องด้วยเดี๋ยวนี้ขาดรายได้เผื่อแผ่ครอบครัว.

 

ที่มา.. sanook

ยอดเขาพ่อตามังเคร จังหวัดชุมพร 2 วัน 1 คืน รับลมบนยอดดอย

ก้าวให้ไหว แล้วไปปราบ ยอดเขาพ่อตามังเคร ด้วยความสูง 970 เมตร ที่จะทำให้ท่านสัมผัสถึงธรรมชาติที่สวยสดงดงามที่น่าค้นหาของจังหวัดชุมพร ชมสายหมอก สสายลม รวมทั้งแสงสว่างแรก

พาแบกเป้ ไปปราบยอดดอย 970 เมตร กันที่ ยอดเขาพ่อตามังเคร เทือกเขาลึกลับที่ยังไม่ค่อยมีชื่อของนักเดินทาง พาไปชมทะเลอันดามันจากมุมสูง รับลมบนยอดดอย เพลินไปกับธรรมชาติสีเขียวชอุ่ม

พร้อมหรือยัง พร้อมแล้วหลังจากนั้นก็ไปกันดีกว่า พวกเราจะพาทุกคนท่องเที่ยว “จังหวัดชุมพร” ที่มีชื่อเสียงว่าเป็นประตูที่ดินแดนใต้ ทริปนี้ใช้เวลา 2 วัน 1 คืน สำหรับในการปราบ “ยอดเขาพ่อตามังเคร” พวกเราจะพาไปดูสะพานไม้กึ่งกลางน้ำ สักการะบูชาพระบรมธาตุแสนสำคัญ สัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศดีๆบนยอดดอยสีเขียวของจังหวัดชุมพร

พวกเราเดินทางมา “จังหวัดชุมพร” จากจ.กรุงเทพฯ ระยะทางโดยประมาณ 466 รับประทานโลเมตร ใช้เวลา 6 ชั่วโมง ไปตามทางเลข 4 ขับไปเรื่อยจนกระทั่งจังหวัดชุมพรได้เลย

พวกเราแวะท่องเที่ยวกันจุดแรกที่ “สะพานไม้เคี่ยม” เป็นที่พักผ่อน ให้เดินเที่ยวบนสะพานไม้เคี่ยม ที่ยาวกว่า 1 กม. ทอดยาวไปกลางผืนน้ำ เป็นจุดที่มีบรรยากาศสงบ ร่มรื่น พวกเรามากินลมชมวิว สูดอากาศดีๆกันสักนิดสักหน่อย

ออกมาจากเมืองไปอีกนิด ท่องเที่ยวกันที่ “วัดพระบรมธาตุสวี” ดูความงดงามของเจดีย์ทรงระฆัง ข้างในวัดมีพิพิธภัณฑ์ให้เดินเที่ยวดูพุทธรูปโบราณกันด้วยนะ

แล้วพวกเราก็เดินทางไปจุดหมายปลายทางของพวกเราในทริปนี้ กับการพิชิตยอดเขา 970 เมตรที่ “ยอดเขาพ่อตามังเคร” ตั้งอยู่ในเขตหน่วยสงวนและก็จัดแจงต้นน้ำพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร

การเดินทางยากลำบากราวๆหนึ่ง จำต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ที่ดูแล หรือชาวบ้านที่ชำนาญทางพาขึ้นไป ไม่อย่างนั้นหลงทางแน่ๆ เหมาะกับนักเดินทางสายลุยมากมาย พวกเราใช้เวลาเดินเท้าขึ้นไปราว 3 ชั่วโมงนิดๆฟิตร่างกายมาให้ดีๆกันนะ

ระหว่างเดินขึ้นไปบน สิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็น “ทาก” เจ้าสัตว์ตัวน้อยๆที่อาศัยอยู่ในป่าเปียกชื้นที่นี้ ถ้าเกิดพลาดโดนกัด ได้เลือดหมดตูดแน่ขอบอก ฮ่าๆพวกเราเดินผ่านป่าดิบชื้น มีทางชันขึ้นเป็นระยะ เพื่อไปจุดกางเต็นท์บนยอดดอย

ภายหลังเดินขึ้นไปบนกันเหน็ดเหนื่อยๆไม่นานพวกเราก็มาถึง “ยอดเขาพ่อตามังเคร” หรือ “เขานมสาว” นั้นเองขอเล่านิดหนึ่งนะว่าชื่อว่า ยอดดอยพ่อตามังเครมาจากการที่ยอดดอยที่นี้มีต้นมังเครอยู่มากมาย ฯลฯไม้ต้น โบราณมากมาย เลยมีชื่อเสียงว่า ยอดดอยพ่อตามังเคร โดยความงดงามจะอยู่ที่ดอกมังเคร ที่มีสีขาวม่วงอมชมพูนวล ชักชวนให้คลั่งไคล้

วันนี้พวกเราจะนอนบนยอดดอยกัน ภายหลังกางเต็นท์ เก็บของเสร็จ ก็ไปเดินเที่ยวกันชิลๆดูไปจะมองเห็นช่องเขาเยอะแยะ พวกเราได้มองเห็นสมุทรอันดามันจากบนยอดดอย ได้สูดอากาศดีๆเข้าปอด มองเห็นก้อนเมฆสีขาวบริสุทธิ์เคลื่อนไปๆมาๆ ลมเย็นๆปะทะหน้าพวกเรา บรรยากาศดีเยี่ยม ทำเอาต้องการปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปกับสายลมเลย

พักดูทิวทัศน์ ดูไปมองดูมา ก็ได้มองเห็นยอดดอยพ่อตาโชงโดง ที่อยู่ฝั่งจังหวัดระนอง เห็นได้ชัดงามประทับใจจริง มองดูไปทางไหนก็มีแต่ว่าสีเขียว จำเป็นต้องกล่าวว่า ความงามของทิวทัศน์ทิวภาพที่ได้มองเห็นได้พบบนยอดดอย มันคุ้มที่อ่อนล้าจริงๆภายหลังจากเพลิดเพลินใจไปกับธรรมชาติไม่นานก็ตกเย็น พวกเราพักกินอาหาร และก็นอนเอาแรง เพื่อท่องเที่ยวกันต่อในวันพรุ่ง

รีบตื่นรุ่งเช้ามาดูทะเลหมอก ด้วยเหตุว่าตรงนี้เป็นจุดที่ดูทะเลหมอกรุ่งเช้างามมากมาย ทำเอาพวกเราตื่นตาตื่นใจ กับความวิจิตรตระการตาของทะเลหมอกสุดๆเลย มองเห็นยอดดอยแหลมๆสูงๆเป็นธรรมชาติที่งามมากมาย ลมพัดเย็นสบาย พร้อมถ่ายภาพไปอวดสหายกันอย่างจุใจ

พัก ดูธรรมชาติกันจนกระทั่งอิ่ม ก็ถึงเวลาจำต้องเดินทางกลับ ปักธงชัยปราบยอดดอยพ่อตามังเคร ที่ความสูง 970 เมตร ชอบใจสายท่องเที่ยวเดินป่าแบบพวกเราจริงๆเสนอแนะให้เพื่อนพ้องๆทุกคนลองสัมผัสกันมองสักหนึ่งครั้งให้ได้นะ

โบกไม้โบกมือลายอดเขาแสนงาม ลงมาท่องเที่ยวกันต่อที่ “เรือเลียนแบบจักรีพระราชาร” กรมหลวงจังหวัดชุมพร ปากน้ำข้างหลังสวน มาเดินดูความยอดเยี่ยมของเรือหลวงในยุคเก่า สักการะบูชาศาลกรมหลวงจังหวัดชุมพรเขตอุดมศักดาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไทย ถ่ายภาพกันเพลิดเพลินๆ

ไปแวะท่องเที่ยวกันต่อที่ “สวนนายดำ” มาเดินดูศิลป์การออกแบบส้วมที่มิได้อยู่เพียงแค่ในห้องสุขา เป็นศิลป์ที่เกิดจากจินตนาการ มีจุดถ่ายภาพชิคๆโซนส้วมล้นหลามให้เดินเที่ยวกัน แถมมียอดเยี่ยมส้อมที่ได้รับรางวัล ส้วมที่ปีให้ดูกันด้วย สวนผลไม้ก็มีให้ดูนะ

ขอจบท้ายทริปด้วยการนำไปดูทิวทัศน์งามๆดูอาทิตย์ตกกันที่ “จุดสำหรับเพื่อชมวิวเขามัทรี” เป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชุมพร พวกเรามาดูทิวทัศน์กันแบบ 360 องศา ดูความสวยของสมุทรอ่าวไทย ริมหาดที่ทอดยาวสูดลูกหูลูกตา ดูแสงอาทิตย์ลาลับฟ้า แสงสีส้มตัดทะเลสีฟ้า สะท้อนออกมางดงามมากมาย เป็นการปิดทริปที่ประทับใจจริงๆ

 

ปิดทริป 2 วัน 1 คืน ปราบ “ยอดดอยพ่อตามังเคร” จังหวัดชุมพร สัมผัสอากาศหนาว บนยอดดอยสูง 970 เมตร การเดินทางตลอดทางการท่องเที่ยว ท้ารวมทั้งบันเทิงใจมากมาย ได้ซึมบรรยากาศดีๆถูกอกถูกใจสายท่องเที่ยวสายฝ่าแน่นอนแม้คนไหนกันต้องการมาปราบยอดดอย เต็มที่กับธรรมชาติ พวกเราขอชี้แนะให้เก็บกระเป๋า ฟิตร่างกายมาท่องเที่ยวตรงนี้กันได้เลย

 

ที่มา.. sanook

เปิดภาพหมู่เกาะสุรินทร์ในวันที่ไม่มีผู้คน หาดทรายสวยงามราวสวรรค์กลางสมุทร

หมู่เกาะสุรินทร์ ในวันที่ไม่มีผู้คน หาดทรายสวยงามราวสวรรค์กลางสมุทร

ภายหลังที่ทางกรมอุทยานได้มีการประกาศออกมาให้กระทำการปิดอุทยานแห่งชาติแล้วก็วนอุทยานทุกหัวระแหงทั่วทั้งเมืองไทย ทำให้หลายๆที่นั้นธรรมชาติได้ฟื้นฟูอย่างมาก และก็เกิดเป็นภาพงามๆให้พวกเราได้มองเห็นกันตามโซเชี่ยล จากความสามารถของพี่ๆเจ้าหน้าทีอุ่ทยานที่ได้ถ่ายรูปบรรยากาศในสถานที่ของตนยามที่ไม่มีซึ่งนักเดินทางมาให้ดูกัน

ซึ่งในเดี๋ยวนี้ Sanook Travel พวกเราได้ไปเห็นภาพความงดงามของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ที่ถ่ายโดยพี่ๆเจ้าหน้าที่อุทยานแล้วก็เอามาแชร์ลงบน Facebook อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ – Mu Ko Surin National Park พวกเราก็เลยได้ขำนำภาพทะเลงามๆอย่างนี้มาให้ทุกคนได้ดูกันขอรับ ว่าหมู่เกาะจังหวัดสุรินทร์ในยามที่ธรรมชาติได้ฟื้นฟูเต็มที่นั้น เป็นยังไง

 

แหล่งที่มา.. sanook